PK Wordpress
Just another WordPress.com site

Feb
22

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

May
25

เรื่องเกาหลี ที่อยากให้ทุกคนรู้
แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เกาหลี ทุกคนล้วนให้ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเกาหลี
ไม่ว่าจะเป็น ดาราเกาหลี ศิลปินนักร้องเกาหลี ซีรีย์เกาหลีเรื่องดัง หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี แต่จะมีสักกี่คนกันนะ ที่รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่าแค่เปลือกนอกว่ายังมีเรื่องน่ารู้ที่เชื่อว่าอีกหลายๆ คนยังไม่รู้ วันนี้ Knock Knock! ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้ว เปิดสมองให้กว้างๆ แล้วไปลุยกันเลย

ชุดประจำชาติของเกาหลีเรียกว่าชุด ฮันบก คนเกาหลีมักจะใส่ชุดฮันบกในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานแต่งงาน, วันซอลนัล (ขึ้นปีใหม่) , วันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า) เป็นต้น

ต้นไม้ประจำชาติของประเทศเกาหลีคือ ต้นทงแบก (ต้นแป๊ะก๊วย)


ภาษาเกาหลี มีตัวอักษรเกาหลีที่เรียกว่า ฮันกึล ประกอบด้วยสระ 10 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว

การทักทายและการกล่าวคำขอบคุณเป็นเรื่องที่คนเกาหลีให้ความสำคัญมาก เวลากล่าวคำทักทายและขอบคุณคนเกาหลีมักก้มหัวคำนับเสมอ การโค้งหัวต่ำระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับความอาวุโสของอีกฝ่าย

ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นว่ามีสุนัขเดินเพ่นพ่านตามถนนเลย เพราะค่าเลี้ยงดูสุนัขที่เกาหลีแพงมากๆ และถ้าจูงสุนัขไปเดินเล่นตามถนนที่เกาหลี ถ้าสุนัขอึออกมา เราต้องเก็บทำความสะอาดเอง ไม่งั้นต้องเสียค่าปรับ

ตามร้านมินิมาร์ทที่เกาหลี เวลาไปซื้อของเขาจะไม่ใส่ถุงให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก หากต้องการถุง เขาจะคิดเงินเพิ่ม 100 วอน หรือประมาณ 4 บาทไทย


ถ้าไปพักโรงแรมที่ประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาว เขาจะไม่เปิดแอร์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน อีกอย่างอากาศมันเย็นสบายอยู่แล้ว


ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นตำรวจยืนอยู่ตามสี่แยกไฟแดงเหมือนบ้านเรา เพราะเขามีระบบตรวจจับคนที่ขับรถผิดกฎจราจร และทางตำรวจจะส่งหลักฐานมาถึงบ้านแจ้งเรื่อง ความเร็ว, เวลา, ทะเบียนรถ และต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักเอง


คนเกาหลีจะไม่ทิ้งขยะบนท้องถนนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับแพงมากๆ ประมาณ 1,200 บาทไทย คนเกาหลีจึงนิยมเก็บขยะกลับไปทิ้งที่บ้านของตัวเอง
สาเหตุที่ชาวต่างชาติเรียกประเทศเกาหลีว่าโคเรีย’ นั้นก็มาจากชื่ออาจักโคเรียว จากนั้นเสียงก็เพี้ยนมาเป็น โคเรีย


คนเกาหลีจะเรียกคนทั่วๆ ไปตามเพศ (เขาจะไม่เรียก พี่คนนั้น ป้าคนนี้เหมือนบ้านเรา) แต่จะเรียกตามเพศ ผู้ชาย เรียกว่า อาจอชี’ ผู้หญิงแต่งงานแล้วเรียกว่า อาจุมม่า’ ผู้หญิงยังไม่แต่งงานเรียกว่า อาคะชี’


บ้านของชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะวางผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือตัว U และมีการฝังท่อน้ำไว้ใต้บ้าน สำหรับหน้าหนาวตามพื้นบ้านก็จะอุ่น เหมือนเปิดฮีตเตอร์แบบนั้นเลย


เมื่อผู้หญิงกับผู้ชายเกาหลีแต่งงานกันแล้ว หลังแต่งงานฝ่ายชายต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง 2-3 วัน หลังจากนั้นค่อยย้ายไปบ้านฝ่ายชาย


 

– Hunkuj University of Foreign Studies เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดสอนวิชาภาษาไทยในเกาหลี

ที่ประเทศเกาหลีไม่มีสะพานลอยให้ข้ามถนน (ถ้ามีก็น้อยมาก) แต่เขาจะสร้างอุโมงค์ลอดใต้ถนน และในอุโมงค์ก็จะเป็นเหมือนตลาดย่อมๆ มีของขายมากมาย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกต่างๆ ฯลฯ


รถยนต์ในประเทศเกาหลีร้อยละ 99 เป็นรถที่ผลิตในประเทศเขาเอง เช่น ฮุนได, แดวู, เกีย เป็นต้น


ประเทศเกาหลีผลิตรถยนต์ได้มากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกเลยนะ!

กีฬาประจำชาติของคนเกาหลีคือซีรึม’ หรือมวยปล้ำแบบเกาหลีนั่นเอง


เมืองหลวงของประเทศเกาหลี คือกรุงโซล และเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองจากโซลคือเมืองพูซาน


ที่ประเทศเกาหลีเขาไม่นิยมให้ทิปตามร้านค้า ร้านอาหาร เพราะสินค้าและบริการต่างๆ จะบวกภาษีรวมไว้แล้ว 10 % นั่นเอง

ประเทศเกาหลีเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินครั้งแรกในปี 1974 รวมเวลาถึงตอนนี้ก็เปิดมาแล้ว 33 ปี

คู่บ่าวสาวของเกาหลี เมื่อแต่งงานกันแล้ว นิยมไปฮันนีมูนกันที่เกาะเชจู ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากในเกาหลี


– KBS เป็นสถานีโทรทัศน์ครบวงจรแห่งแรกของเกาหลี


หนังสือพิมพ์ที่คนเกาหลีนิยมอ่านมากที่สุดคือ ดองนิบ ซินมุม’ หรือหนังสือพิมพ์อิสระ

เพลง อารีรัง เป็นเพลงเก่าแก่ของเกาหลีที่ดังมากๆ ว่ากันว่าเป็นเพลงที่แสดงถึงความรักระหว่างทหารเกาหลีกับสาวไทย

แท็กซี่ที่เกาหลีจะมี 2 แบบ แบบแรกจะเป็นราคาปกติและตอนดึก จะเปิดรับผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกันร่วมไปด้วย แต่ถ้าเป็นแท็กซี่แบบสีดำ จะแพงกว่าแต่ไม่รับผู้โดยสารอื่น และที่นั่นมีกฎหมายให้นั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น


คนเกาหลีนิยมฝังศพคนตาย โดยหันหัวศพไปทางทิศเหนือ ไม่เหมือนประเทศไทยที่หันหัวศพไปทางทิศตะวันตก

ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องไปเป็นทหารเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อมีอายุครบ 20 ปี


ชาวเกาหลีจะมีชื่อสกุลจำกัดอยู่ไม่กี่กลุ่มชื่อ เช่น คิม 21% , ยี – ลี – รี 14% และ 8% มีชื่อสกุลว่า ปาร์ค นอกนั้นก็จะแตกออกไปเป็น ชอย, แช, เจิง, ชุง, ชาง, ฮัน, ลิม เป็นต้น ชื่อเต็มของคนเกาหลีประกอบด้วยชื่อสกุล 1 พยางค์ และชื่อหน้า 2 พยางค์


เมื่อต้องการกวักมือเรียกคนอื่นนั้น ให้คว่ำมือลงแล้วค่อยกวักเรียกโดยให้นิ้วชิดกัน การกวักมือเรียกโดยหงายฝ่ามือขึ้นคนเกาหลีถือว่าไม่สุภาพ ถ้าใช้นิ้วกวักเรียก จะเหมือนเป็นการเรียกสุนัข ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาดที่เกาหลี

ดอกไม้ประจำชาติเกาหลีคือ ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วประเทศระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม

ธงประจำชาติเกาหลีเรียกว่า แทกึกกี้ สัญลักษณ์สี่อย่างที่อยู่แต่ละมุม คือ สวรรค์, โลก, ไฟ และน้ำ

มีอยู่ 3 อย่างที่เรามักจะไม่เห็นตามท้องถนนของประเทศเกาหลีคือ 1.ตำรวจ 2. ถังขยะ 3. สุนัข

 

        เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของภูมิประเทศเกาหลีเป็นภูเขาล้อมรอบ

เวลาดื่มเหล้าโชจู ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดต้องเป็นคนรินเหล้าให้คนที่มีอายุมากกว่าเสมอ
กิจกรรมหลังเลิกงานที่ฮิตที่สุดในกลุ่มของผู้ชายเกาหลีคือ ดื่มเหล้าและไปต่อกันที่คาราโอเกะ

ที่นั่นจะมีโรงอาบน้ำเรียกว่าจิมจิบัง ซึ่งสามารถไปนอนค้างได้ด้วย
ประเทศเกาหลีมีขนาดเล็กกว่าประเทศไทย 5 เท่า

 

                  

    


Make the most of what you can do on your PC and the Web, just the way you want. Windows Live
Feb
22
ยกมาจาก Mthai     (ต้องขอโทษด้วยที่เอามาลงช้าเพราะเวลาเนอินเตอร์เนทน้อยลงนะครับ)
 
 
เวลาพิมพ์อะไรเนี่ยตรวจทานกันนิดนะคะไม่งั้นอาจจะเป็นแบบนี้…
เอามาให้อ่านกันแก้เครียดจากเวป Lineage สำหรับผู้ที่ไม่ได้เล่นเกม

"เห็นผู้ชายที่ชอบนั่งไข่ห่างแล้วรู้สึกยังไงคะ"

"ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ"

"แฟนเป็นคนเสียวดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ"

"กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอมใครง่าย ๆ"

"มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก
ผมจะสอยเธอยังไงดีครับถึงจะไม่น่าเกลียด"

"สามีมีปัญหาในการนอนค่ะ เค้าชอบนอนหนุนหมอ ยนิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ
พอจะรู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ "

"ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย"

"ถ้าพิจารณาความเสี่ยวแล้วคาดว่าคุ้มถ้าลงทุนต่อไป"

"เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ"

"เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย"

"อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ"

"ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูดยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ"

"พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้ แต่ผมยังไม่ชำนาญเรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ"

"อาจารย์คะ ปีนี้ข้อสอบวิทย์จะเน้นอกเรื่องอะไรคะ หนูจะได้เตรียมตัวมาแต่เนิ่น ๆ"

"ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดี ไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายคนสั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ"

"ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย"

"ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมาเปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย"

"หนูแอบชอบเค้าอยู่ ทำไงหนูถึงจะได้รูถ่ายของเค้าคะ"

"แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4" x 6" นี่จะเล็กไปมั้ยครับ"

"จะไปเชียงใหม่ค่ะ หนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจียวที่ไหนอร่อยบ้าง"

หายเครียดบ้างหรือยัง อ่านคิดมาก ขำๆ

โดย : เอวาจัง
อีเมล์ : zeain_1@hotmail.com
วันที่ : 2006-09-03 07:05:15

Oct
05

ประกาศอัพเดท TGE เป็น Version 2.2.2
แม่มดแห่งบาฮามาร์ : ความลับแห่งพลังมนตรา

แหล่งข้อมูลจาก www.ge.in.th

 

► Baha-mar

พื้นที่หนองน้ำที่ปรากฏกว้างไกลทางด้านบนของพื้นที่อัสทิวร์ ชื่อสถานที่มาจาก Baha mar (น้ำที่ตื้นเขิน) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของพื้นที่ที่ต้องฟื้นฟูทางด้านทิศตะวันตกของทวีป เพราะว่ามีหนองน้ำที่กีดขวางการสัญจรของผู้คนและมีมอนเตอร์ที่แข็งแกร่งอาศัยอยู๋จึงไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่แห่งนั้นได้ อีกทั้งผู้คนที่เข้าไปท้าทาย ณ พื้นที่หนองน้ำ ‘Baha-mar’ แห่งนั้นได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ดังนั้นผู้คนที่สนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่จึงหยุดให้การสนับสนุนโดยทันที ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้การฟื้นฟูพื้นที่ก็จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ณ ศูนย์กลางแห่งเวสปาโนร่าได้ถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ฟื้้นฟูพื้นที่ และปัจจุบันเขากำลังฟื้นฟูพื้นที่  ‘Baha-mar’ อยู่

 

• field Baha-mar ที่ไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปที่พื้นที่อัสทิวร์ได้

 

 เพิ่มไอเทมใหม่แห่ง Baha-mar

เพิ่มไอเทมเครื่องแต่งกาย ‘Renoir’ ที่หรูหรากว่า LeBlanc และไอเทมอิลิทใหม่

 

 

 

 

 

 

• เครื่องแต่งกาย ‘Renoir’ ที่หรูหรากว่า LeBlanc

 

► มอนสเตอร์ใหม่แห่ง Baha-mar

  เพิ่มบรรดามอนสเตอร์ใหม่ที่ดูเข้ากับพื้นที่หนองน้ำ

 

 มอนสเตอร์ที่ดูคล้ายงูอาศัยอยู่ในทะเลสาปถ้ำ

 

 

 

► เพิ่ม Raid แห่ง Baha-mar

ในดันเจี้ยนแห่งหนองน้ำมีโครงกระดูกไร้นามตนนึงอาศัยอยู่ มีข่าวลือว่าที่แห่งนี้เมื่อ 100 ปีก่อนนั้น มีชายหนุ่มอุทิศตนให้กับอะไรบางอย่างจึงได้กลายร่างเป็นปีศาจ ณ ที่แห่งนี้

ว่ากันว่าก่อนที่จะอุทิศให้กับอะไรบางอย่างนั้นเพราะชายหนุ่มต้องการสวมมงกุฏและขึ้นเป็นราชาผู้ปกครองจึงออกปล้นสะดมหญิงสาวและเผาบ้านเรือนการกระทำที่ชั่วร้ายนั้นทำให้กลายร่างเป็นปีศาจ แต่ทว่าโครงกะดูกที่ค้นพบในตอนนี้กลับไม่ได้พูดได้คุย และไม่ทำอะไรทั้งสิ้น แล้วตอนนี้แก่นแท้ของเรื่องราวเมื่อ 100 ปีก่อนเป็นอย่างไรกันล่ะ? อยากรู้จัง

 

• โครงกระดูกที่เมือนจะรู้เรื่องราวทั้งหมด อาศัยอยู่ ณ ทะเลสาปที่เงียบงัน

 

► พ่อค้าและแม่มด

การฟื้นฟูพื้นที่ที่ไม่สามารถพิชิตหนองน้ำ Baha-mar แห่งนี้ได้

 

• บ้านของแม่มดแห่ง  Baha-mar

 

► เด็กชายและโกเลม

บ้านเล็กๆหลังหนึ่งบนเชิงเขาในที่ราบมรกต  ณ ที่แห่งนั้น ถูกพบโดยบังเอิญ มีปู่และเด็กชายที่ชื่อ "Viki" อาศัยอยู่ Vikiที่ไม่เคยออกนอกที่ราบมรกตมาก่อนเป็นเด็กชายที่อ่อนต่อโลกแต่เป็นเด็กที่มีมารยาทและอ่อนโยน ฟังคำขอร้องของ Viki และรวบรวมมาให้ได้ แต่ทว่าเพราะปู่ของ Viki มีความลับบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่สิ่งที่ไม่ธรรมดากำลังจะเกิดขึ้น…

 

• บ้านหลังเล็กบนเชิงเขาแห่งที่ราบมรกต

 

• ปู่ของ Viki

 

 

 

► เพิ่ม NPC ใหม่ "คาร์จาไลเนน"

นักล่าอาณาินิคมดั้งเดิมดีไซเนอร์ผู้คาดหวังในอนาคตได้ข้ามมายังทวีปใหม่แต่กลับไม่สามารถข้ามกำแพงความเก่งกาจของอังเดรได้ ความหวังที่จะเป็นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ต้องสิ้นสุดลงและหันเหชีวิตตัวเองมาเป็นแม่ค้าขายอุปกรณ์เวทในเมืองอุซและเตรียมที่จะออกไปบุกเบิกทวีปใหม่แต่ความเสียใจภายในเกี่ยวกับการเป็นดีไซเนอร์ยังคงหลงเหลืออยู่ มีแสตนซ์พิเศษ 2 แบบ คือ สามารถใช้เรเปียและเวทย์ได้

 

• คาร์จาไลเนน ผู้ใช้เรเปียและเวทย์ได้

 

 

► อื่นๆ

เพิ่มพื้นที่เรือนจำ

 

• ที่แห่งนี้ไว้ใช้ทำอะไรนะ?

 

 

Oct
28
 
เคล็ดลับการดูแลผิวหน้าอย่างชายๆ
          ขอบอก … การดูแลผิวหน้าของหนุ่มๆ ในยุคนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว
เพราะทุกคนล้วนต้องการมีผิวหน้าที่สดใสและมีสุขภาพดีด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ตอนนี้ได้มีแล็บให้บริการนวดหน้าสำหรับหนุ่มๆ ด้วย ที่นี่คือ Lab Series Skincare for
Men ซึ่งให้บริการสุขภาพผิวอย่างครบวงจร ด้วยเทคนิคการนวดหน้าแบบใหม่ล่าสุด
          เลยต้องมาอัพเดตกันหน่อยว่า ส่วนหนึ่งของเทคนิคนั้นเป็นอย่างไร ขั้นตอนง่ายๆ
ที่หนุ่มๆ สามารถทำเองที่บ้านได้มีดังนี้…
 การทำความสะอาด
          • ล้างหน้าให้สะอาดด้วย Multi Action Face Wash ลูบในลักษณะ
เป็นวงกลมเล็กๆ ทั่วบริเวณใบหน้า
          • จากนั้นบีบ Skin Refinisher เพื่อสครับผิว ขัดให้ทั่วใบหน้า เว้น
บริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากไว้
 ขั้นตอนการนวดหน้า
          • บีบ Night Recovery Lotion ลงบนบริเวณปลายนิ้ว
          • ใช้อุ้งมือทั้งสองข้างช้อนที่ปลายคาง แล้วลูบขึ้นผ่านข้างแก้มไปถึงหน้าผาก
          • ลูบวนออกจากหน้าผากลงที่แก้ม กลับไปช้อนคาง แล้วลูบผ่านจมูก
          • ลูบจากคางขึ้น ผ่านข้างจมูกมาที่ระหว่างคิ้ว แล้วหมุนออกรอบเบ้าตามาหยุดที่
ระหว่างคิ้ว
          • จากนั้นวนออกจากหน้าผากลงมาที่ข้างแก้ม
          • ใช้ปลายนิ้วโกยข้างแก้ม สลับมือกันในลักษณะครึ่งวงกลม ไล่ลงมาถึงครึ่ง
หน้าผาก
          • หมุนมือออกจากหน้าผาก วางฝ่ามือทั้งสองข้างตรงขมับ กดไว้ประมาณ 5
วินาที จากนั้นคลึงเบาๆ
          • ใช้ปลายนิ้วคลึงที่ต้นคอ คลึงไปจนถึงใต้ติ่งหู
          • ต่อจากนั้นนวดจากขมับเข้ามากลางหน้าผาก ลากลงมาที่ข้างจมูก
          • เลื่อนประกบที่ขมับทั้ง 2 ข้าง กดย้ำเล็กน้อย นวดหมุนวนออกข้างแก้ม
ไปถึงหน้าผาก
 ขั้นตอนการมาสก์หน้าและการบำรุง
          • ใช้ Instant Moisture Eye Gel แตะที่ปลายนิ้วนาง แล้วแตะเบาๆ
บริเวณรอบดวงตาทั้งสอง แล้วค่อยเริ่มมาสก์หน้าด้วย Instant Moisture Gel
โดยการทาเนื้อเจลทั่วบริเวณใบหน้า
          • ใช้ผ้าขนหนูอุ่นวางบนใบหน้า และกดประคบเบาๆ แล้วค่อยใช้กระดาษซับเนื้อเจล
ให้หลุดออก
          • สำหรับขั้นตอนการบำรุงนั้น ให้ดูแลรอบดวงตาด้วย Age Rescue Eye Therapy
 แล้วค่อยทา Age Rescue Face Lotion ทั่วบริเวณใบหน้าเว้นบริเวณรอบดวงตาและ
ริมฝีปากไว้ แล้วค่อยมาปิดท้ายด้วยขั้นตอนการบำรุงด้วย Instant Moisture Lip Balm
อีกครั้ง
 
          เห็นมั้ย ไม่ยากเกินไปที่หนุ่มๆ จะดูแลผิวหน้าของตัวเองด้วยวิธีล่าสุดนี้..
 
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
และเวบ
Oct
28

แฟน VS กิ๊ก…(ขำขำ)

ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต 

                    1. มีแฟน – ไปไหนมาไหนได้ทุกที่ตั้งแต่ ดูหนัง ฟังเพลง กินข้าว 
                    จตุจักร ชัอปปิ้ง วิ่งเปี้ยว เปิดผับ จ่ายค่าน้ำค่าไฟ พาหมาไปตัดขน 
                    เอารถไปเข้าอู่ ไปสอบ gmat งานศพอาก๋ง อาม่า งานแต่ง 

                    มีกิ๊ก – ส่วนใหญ่ก็ไปกันแค่ห้าง ดูหนัง แดนซ์ มอมเหล้า 
                    ไม่มีหรอกจะมาเดินแดดร้อนลำบากๆ ต่อคิวคนเยอะๆ 
                    แถมยังออกได้บางเวลา เพราะบางกิ๊กต้องแอบแฟนมาเที่ยวกับเรา
                                               
                    2. มีแฟน – สุขภาพจิตดี สบายใจ พาไปไหนไม่ต้องระแวง หลบซ่อน 

                    มีกิ๊ก – เสียสุขภาพจิตเพราะกลัวเจอกิ๊กอีกคน 
                    หรือแฟนเขาจับได้ ไปเที่ยวด้วยความหลอน 
                                             
                    3. มีแฟน – ไม่สับสน ปะป๋า มะม้า จำได้ เพราะพามาอยู่คนเดียว 

                    มีกิ๊ก – เพื่อนๆ งง พามาหน้าไม่ซ้ำ ปะป๋า มะม้า เรียกชื่อผิดชื่อถูก 
                    เรียกแอ๋ว เป็นเอ๋ เรียกเอ๋ เป็นอุ้ม ทรมานคนแก่ 
                                               
                    4. มีแฟน – ไม่ต้องเอาใจมาก เพราะรู้ใจกันดี อยากทำอะไรก็ทำ 
                    ใส่แตะไปดูหนังก็ไม่ด่า เพราะปลงๆ กันแล้ว 

                    มีกิ๊ก – ต้องเอาใจสารพัด แต่งตัวต้องเนี้ยบ ทำบุคลิคดีๆ พาไปแต่ที่ดีๆ 
                    พาไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางอาจโดนด่าแม่ได้ 
                                               
                    5. มีแฟน – ได้รับนับถือจากเพื่อนหญิง เพื่อนชาย 
                    ได้เครดิตว่าเป็นคนมั่งคง ภาพพจน์ดี อกหักทีมีแต่คนเห็นใจ

 
                    มีกิ๊ก – ได้ภาพพจน์ความเป็นคาสโนว่า 
                    พาสาว พาหนุ่ม คนไหนๆ มาก็โดนเพื่อนเผายำเละ สรุปเผ่นหมด 
                    เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยไว้ใจ เวลาอกหักมีแต่คนสมน้ำหน้า 
                                                 
                    6. มีแฟน – เปรียบเหมือนกินมันเผา อาจไม่ค่อยมีรสชาติ แต่ยิ่งกินยิ่งมัน 
                    ทำให้ท้องอิ่ม มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
 

                    มีกิ๊ก – เหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง หวานซ่าตอนแรก พอหมดรสก็คายทิ้ง 
                    เหลือแต่ยางยืดๆ เคี้ยวไปก็เมื่อยปาก

Oct
27
1. มีแฟนหลายคน – เจ้าชู้
มีแฟนคนเดียว – กลัวแฟนล่ะซิ
ไม่มีแฟน – เกย์

2. เห็นผู้หญิงแล้วเดินเข้าไปจีบ – หน้าหม้อ
เห็นผู้หญิงแล้วมองตาม – มัวแต่มองจะได้กินมั้ย
เห็นผู้หญิงแล้วเฉยๆ – เกย์

3. มีแฟนแก่กว่า – กะเกาะเค้ากินล่ะสิ
มีแฟนอ่อนกว่า – หลอกเด็ก
มีแฟนอายุเท่ากัน – แม้แต่เพื่อนยังไม่เว้นเลยคิดดูๆ

4. มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับแฟน – มันเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน
มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับเพื่อน – มันเห็นเพื่อนดีกว่าแฟน
มีแฟนแล้ว ตกเย็นกลับบ้านคนเดียว – มีชู้

5. ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้หญิง – คิดนอกใจ
ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้ชาย – เกย์
ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทชายหญิง – … หมู่

6. ขอจูงมือแฟนตอนกลางวัน – ไม่เอานะอายเค้า
ขอจูงมือแฟนตอนเย็นๆ – ยังไม่ค่อยมืดเลยนะคะไว้ก่อนนะ
ขอจูงมือแฟนตอนกลางคืน – เดี๋ยวมันต้องไปมีอะไรกันแน่ๆ

7. เดินนำแฟนเข้าห้าง – รู้จัก Lady first มั้ย??
เดินเข้าห้างให้แฟนเดินเข้าก่อน – มันปล่อยให้แฟนมันเปิดประตูให้
เดินเข้าห้างเปิดประตูแล้วให้แฟนเดินเข้าไปก่อน- โคดเว่อเลยว่ะ

8. เป็นหัวหน้าครอบครัว – เผด็จการ
มีอะไรต้องปรึกษาแฟน – ไม่กล้าตัดสินใจ
ให้แฟนเป็นหัวหน้าครอบครัว – กลัวเมีย

9. แฟนไม่สวย – หาได้แค่เนี้ยเรอะ
แฟนหน้าธรรมดาๆ – ก็งั้นๆ แหละว้า
แฟนสวย – ไม่สมกันเล้ย

10. ผู้ชายนิสัยธรรมดา – น่าเบื่อ
ผู้ชายนิสัยเลว – เลวว่ะ
ผู้ชายนิสัยดี – เธอดีเกินไป
 
*o*o*o*o*o*o*o*o*o*o*o*o*o*o*o*

Oct
27

ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองในหัว คนอื่นก็เคยเป็นถือเป็นเรื่องปกติ [27 ต.ค. 49 – 00:09]

 

นักจิตวิทยาเชื่อว่า การได้ยินเสียงในหัวเป็นเรื่องปกติ เพราะผลการศึกษาในเนเธอร์แลนด์ พบว่า ในทุก 25 คน จะมีคนเป็นแบบนี้ 1 คน ขณะที่นักวิจัยอังกฤษคิดว่า การได้ยินเสียงในหัวไม่ใช่อาการป่วยทางจิตอย่างที่เคยเชื่อกัน ไม่จำเป็นต้องรับการรักษา แต่กลับเป็นผลดีต่อร่างกายเสียอีก

 

ผู้ที่ได้ยินเสียงในหัวอธิบายว่า เหมือนมีคนเรียกชื่อตนเอง แต่เมื่อหันไปกลับไม่พบใคร บางคนได้ยินเสียงที่ไม่ทราบว่ามาจากไหนและฟังไม่ออกว่าพูดอะไร คณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ในอังกฤษต้องการศึกษาว่าเหตุใดบางคนที่ได้ยินเสียงในหัว จึงไม่คิดว่าเป็นปัญหา ขณะที่บางคนกลับซึมเศร้า และต้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์ เพราะดูเหมือนว่าการได้ยินเสียงในหัวไม่ใช่ต้นตอของปัญหา แต่ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลผู้นั้นตีความสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรตาม ประสบการณ์และความเชื่อของแต่ละคน

 

คณะนักวิจัยระบุว่า คนที่พยายามเอาชนะบาดแผลในใจ มองว่าตัวเองไร้ค่า อ่อนแอ หรือคนก้าวร้าว มักตีความเสียงที่ได้ยินในหัวว่าเป็นเรื่องร้าย ในทางกลับกันคนที่มีประสบการณ์ชีวิตเชิงบวก มองตนเองและผู้อื่นในแง่ดีอาจมีทรรศนะที่ดีต่อเสียงเหล่านี้ ผลการศึกษาหลายชิ้นที่ ผ่านมาพบว่า คนที่ได้ยินเสียงในหัวมักมีบาดแผลในใจในวัยเด็ก นอกจากนี้ ความเชื่อในบางสังคมที่ว่าการได้ยินเสียงในหัวแสดงว่าป่วย ยิ่งทำให้บางคนซึมเศร้าและไม่กล้าบอกเล่าให้คนอื่นฟัง

 

ศ.มาเรียส รอมม์ ประธานอินเตอร์วอยซ์ กลุ่มการกุศลสำหรับผู้ได้ยินเสียงในหัว เผยผลการศึกษาวิจัยว่า ร้อยละ 70 ของคนที่ได้ยินเสียงในหัวมีสาเหตุมาจากแผลในใจในวัยเด็ก การได้ระบายให้ผู้อื่นฟังจะช่วยลดความเครียดและความโดดเดี่ยวลงได้อย่างมาก.

 

แหล่งข่าว Thairath

Oct
17
มาพบกันอีกครั้งนะครับ วันนี้ จะมาแนะนำหนังใหม่ที่จะชนโรงในไม่ช้านี้ เรื่อง "The prestige" 

จากมิตรภาพอันดีงานของเพื่อนนักมายากล กลับการมาเป็นการแข่งจันที่ดูเดือด และ การแลกด้วยชีวิต… ไม่ขอบอกว่าจะสนุกแค่ไหนลองไปชมกันเองดีกว่าครับ กับ trailer (กด นpen in new window เลยครับ) มันดี อีกทั้งเรื่องนี่ยังมีตัวละครที่หลายๆคน ชอบนะครับ (ผมเองก็ด้วย)

 

คลิ๊กเพิ่อดูรูปใหญ่

The Prestige
ศึกมายากลหยุดโลก

กำหนดฉาย :26 October 2006
ประเภทหนัง :ดราม่า / แฟนตาซี / ระทึกขวัญ
เรทหนัง :PG-13
กำกับโดย : คริสโตเฟอร์ โนแลน
นำแสดงโดย :ฮิว แจ็คแมน,คริสเตียน เบล, ไมเคิล เคน, สคาร์เล็ต โจแฮนสัน
สตูดิโอ : Warner Bros.
Official site : http://www.prestige-thai.com/

เรื่องราวอันลึกลับของสองนักมายากล ในการแข่งขันอันดุเดือดที่นำพาพวกเขาไปสู่การต่อสู้ตลอดชีวิต เพื่อการเอาชนะที่เต็มไปด้วยการครอบงำ หลอกลวง และอิจฉาริษยา กับภยันตรายและมหันตภัยที่ตามมา นับตั้งแต่ที่ทั้งสองพบกันครั้งแรก เมื่อครั้งเป็นนักมายากลหนุ่มที่กำลังไต่อันดับ โรเบิร์ต แองกิเออร์ (ฮิว แจ็คแมน) และอัลเฟร็ด บอร์เดน (คริสเตียน เบล) ได้เป็นคู่แข่งกัน

อย่างไรก็ดี การแข่งขันฉันท์มิตรของพวกเขาได้กลายเป็นการต่อสู้อันขมขื่น ทำให้ทั้งสองกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่หมายเอาชีวิต และในเวลาต่อมาก็ยังเป็นอันตรายต่อทุกคนๆที่อยู่รอบตัวพวกเขา

www.pop.co.th

Oct
17

quote…มา

ใครกันแน่ เนื้อคู่ของเรา??

 

"soul mate" หรือ "เนื้อคู่" ไม่ได้หมายถึง คู่รักเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้

คุณสมบัติของ Soul Mate คือ

1. ต้องเคยใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

2. ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆ มีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที

3. เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย

"soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" เพียงอย่างเดียว แต่มีถึง 3 แบบด้วยกัน

Companion Soul Mates

คือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคน เป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้ ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว แต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด ประมาณว่าเป็นแรงบันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ อย่างงี้หละ!

Twin Soul Mates

คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว พอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก คล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่า แบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลก ก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกใจ จะเรียกว่า เพื่อนตายก็ว่าได้

A Twin Flame Soul Mates

แบบนี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียว เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์ จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเรา ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้าแล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลก คุณจะรู้สึกได้ (สำหรับคนที่เจอแล้วนะ) ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ

** soul mate ที่จะพบกัน ไม่จำเป็นหรอกนะว่าจะเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน ขอแค่คุณให้ความรักกับคนรอบตัวคุณ คุณก็จะพบกับ soul mate ที่อยู่ในชาตินี้แล้วหละ ความผูกพันธ์อยู่ที่ตัวของคุณเองว่าจะสร้างมันขึ้นมายังไง**

ที่มาจาก : www.pop.co.th